
|
| หน้า
1 | 2 | 3 |
 |
เทวรูป
ขนาด สูง 128 เซนติเมตร
อายุสมัย ศิลปะลพบุรี กลางพุทธศตวรรษที่ 18
วัสดุที่ทำ ศิลา
เทวรูปองค์นี้ได้จากศาลตาผาแดง เมืองเก่าสุโขทัย สภาพปัจจุบันเหลือแค่พระวรกาย ส่วนเศียร พระกร และพระบาทหักหาย
เครื่องประดับที่พระวรกายมีกรองศอ (สร้อยคอ) ทำเป็นแผ่นใหญ่ใกล้พระศอ กึ่งกลางของขอบล่างทำเป็นปลายแหลม ลวดลายกรองพระศอประกอบด้วยลายดอกไม้ลักษณะกลม ลายลูกประคำ ส่วนขอบล่างเป็นลายใบไม้ทรงสังวาล 2 เส้น พาดพระอังสาซ้ายขวาไขว้ทับกันบริเวณกลางอุระ สายสังวาลทำเป็นลายลูกประคำ และสายประจำยาม สายรัดองค์จะอยู่ใต้ขอบของผ้าทรง โดยทำเป็นสายประจำยามล้อมรอบด้วยลายลูกประคำ ต่อจากขอบด้านล่างมีลายรูปใบไม้ห้อยลงมา ชายพกจะพาดทับสายรัดองค์ตรงพระวรกายด้านขวา มีลักษณะปลายแหลมเป็นรูปสามเหลี่ยมเป็นแนวลงมา
เทวรูปองค์นี้พบร่วมกันอีก 4 องค์ ที่ศาลตาผาแดง เมืองเก่าสุโขทัย นักประวัติศาสตร์ศิลปะกำหนดเป็นแบบศิลปะลพบุรี รับอิทธิพลจากศิลปะขอมแบบบายน โดยเทียบกับลวดลายเครื่องประดับ คล้ายกับที่พบที่ปราสาทบันทายฉมาร์ กัมพูชา |
 |
บันแถลงรูปพระไภษัชยคุรุ
ขนาด สูง 67 เซนติเมตร
อายุสมัย ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ 18
วัสดุที่ทำ ศิลา
ประวัติ เป็นประติมากรรมนูนสูง สลักจากหินทราย สร้างในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน
นั่งขัดสมาธิอยู่ภายในซุ้ม ลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างแบน ไรพระศกเป็นเส้นหนา
ขมวดพระเกศากลม พระรัศมีคล้ายดอกบัวตูม พระขนงตัดกันเป็นรูปปีกกา จนเกือบเป็นเส้นตรง
พระเนตรเหลือบต่ำ พระโอษฐ์แสดงอารมณ์ยิ้มเล็กน้อย ประทับนั่งบนฐานปัทม์
พระหัตถ์ทรงถือหม้อน้ำมนต์ กรอบซุ้มมีลักษณะเป็นวงโค้งหลายวงต่อกัน บนกรอบซุ้มด้านนอกบริเวณกึ่งกลางประดับด้วยลายรูปสามเหลี่ยม
จากนั้นมีลายเรียงต่อกันทั้งสองข้าง เรียกกันว่า "ใบระกา" ปลายซุ้มทั้งสองข้างขมวดขึ้นเป็นลายกนก
องค์พระไภษัชยคุรุและกรอบซุ้มแสดงถึงรูปแบบศิลปะลพบุรี บันแถลงใช้ประดับส่วนเหนือเรือนธาตุของปราสาทศิลปะลพบุรี
ตรงด้านทั้งสี่บนชั้นลดในระดับเดียวกันกับกลีบขนุน |
 |
พระนารายณ์
ขนาด สูง 161 เซนติเมตร
อายุสมัย ศิลปะแบบสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ 20
วัสดุที่ทำ สำริด
ประวัติ พระนารายณ์หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่าพระวิษณุ ในศาสนาพราหมณ์ พระพรหมเป็นผู้สร้าง พระนารายณ์เป็นผู้รักษา และพระอิศวรเป็นผู้ทำลาย พระนารายณ์ทรงบรรทมอยู่เบื้องหลังพระยาอนันตนาคราช เมื่อโลกถูกทำลายลง และทรงสร้างโลกขึ้นใหม่ด้วยดอกบัวที่ผุดออกมาจากพระนาภีของพระองค์ และมีพระพรหมผู้สร้างโลกประทับอยู่บนนั้น พระนารายณ์เป็นเทพสูงสุด ในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไวษณพนิกาย มีสี่กร ทรงถือจักร สังข์ ครุฑ และดอกบัว ทรงครุฑเป็นพาหนะ มีมเหสีนามว่าพระลักษมี |
 |
พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ขนาด กว้าง 80 เซนติเมตร สูง 106 เซนติเมตร
อายุสมัย ศิลปะสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ 20
วัสดุที่ทำ สำริด
ประวัติ พระราชประสิทธิคุณเจ้าอาวาสวัดราชธานี จังหวัดสุโขทัย มอบให้
พระราชประสิทธิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดราชธานี และเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย ได้มาจากวัดลาวพันลำ เมืองเก่าสุโขทัย ลักษณะองค์พระเป็นศิลปะสุโขทัย หมวดใหญ่ พระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่ง ปลายงุ้มเล็กน้อย พระโอษฐ์เล็กเรียวบาง ขมวดพระเกศาเป็นก้นหอย พระอุษณีษะเป็นรูปมะนาวตัด พระรัศมีรูปเปลวเพลิง พระวรกายได้สัดส่วน พระอังสาผายกว้าง บั้นพระองค์เล็ก พระสังฆาฏิยาวจรดพระนาภี ปลายเป็นลายเขี้ยวตะขาบ ประทับนั่งบนอาสนะฐานหน้ากระดาน 3 ขา พระพุทธรูปองค์นี้มีจารึกที่ฐาน ดังนี้ "พระเจ้า นายญี่บุญแลแม่จัน แลนางเริ่มนางไร แล้วเจ้าไสอานนท์ลูกชาย สายใจชื่อนางยอด ตูทั้งหลาย ขอพบพระศรีอาริยไมตรี เจ้าอั้น"
ลักษณะของตัวอักษรจารึก กำหนดอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 20 และเปรียบเทียบได้กับพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก หมายเลขทะเบียน ส.ข.1
หมายเหตุ ไส = ลูกชายคนที่สี่, สายใจ = ภรรยา |
 |
พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ขนาด กว้าง 46 เซนติเมตร สูง 67.6 เซนติเมตร
อายุสมัย สุโขทัย พุทธศตวรรษที่ 20
วัสดุที่ทำ สำริด
ประวัติ พระพุทธรูปองค์นี้ได้จากเจดีย์ราย วัดมหาธาตุ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ลักษณะพระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่ง พระเนตรเรียวเล็กเหลือบต่ำ พระโอษฐ์บาง พระกรรณทั้งสองข้างยาว ปลายงอนออก เม็ดพระศกเป็นก้นหอย พระอุษณีษะเป็นรูปมะนาวตัด พระรัศมีเป็นรูปเปลวเพลิง ครองจีวรห่มเฉียงแบบพระองค์ ชายสังฆาฏิจรดพระนาภี ปลายเป็นลายเขี้ยวตะขาบ ขัดสมาธิราบ
ประทับนั่งบนอาสนา 4 ขา |
 |
พระพุทธรูปปางลีลา
ขนาด สูงฐาน 165 เซนติเมตร
อายุสมัย ศิลปะสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ 20
วัสดุที่ทำ สำริด
ประวัติ พระราชประสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดราชธานี มอบให้ เดิมนำไปจากเมืองเก่าสุโขทัย ไปอยู่ที่วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2500 องค์พระพุทธรูปอยู่ในอิริยาบทที่เคลื่อนไหว
หรือเดินบนแท่นบัวหงายที่มีลักษณะรองรับด้วยฐานหน้ากระดานแปดเหลี่ยมอีกชั้นหนึ่ง ก้าวพระบาทซ้ายไปข้างหน้า ยกสันพระบาทขวาขึ้นเล็กน้อย พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้น หันฝ่าพระหัตถ์ออกไปข้างหน้า ส่วนพระหัตถ์ขวาปล่อยลงขนานไปกับพระวรกาย
พุทธศิลป์ของพระพุทธรูปองค์นี้ จัดเป็นศิลปะสุโขทัย หมวดใหญ่ ซึ่งมีอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นลักษณะของสุโขทัยโดยเฉพาะ คือมีพระรัศมีเป็นเปลวเพลิง ขมวดพระเกศาเล็ก พระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่งงุ้ม พระโอษฐ์อมยิ้มเล็กน้อย พระอังสาใหญ่ บั้นพระองค์เล็ก ครองจีวรห่มเฉียง ชายจีวรยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็นลายเขี้ยวตะขาบ
พระพุทธรูปลีลาลอยตัวองค์นี้ จัดเป็นประติมากรรมสำริดที่งดงามที่สุดชิ้นหนึ่ง ที่แสดงถึงฝีมือชั้นสูงของช่างสมัยสุโขทัย การทำพระพุทธรูปลีลาลอยตัวในสมัยสุโขทัย อาจเปรียบเทียบกับภาพปูนปั้นบนผนังอาคาร วัดตระพังทองหลางนอกเมืองสุโขทัย ด้านทิศตะวันออก ซึ่งมีองค์ประกอบเล่าเรื่องพุทธประวัติ ตอนพระพุทธองค์เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ภายหลังทรงเทศนาโปรดพุทธมารดา |