หน้า 1 | 2 | 3
โถลายคราม
ขนาด กว้าง 17 เซนติเมตร สูง 215 เซนติเมตร
อายุสมัย ศิลปะจีน สมัยราชวงศ์หยวน พ.ศ. 1823 - 1911
วัสดุที่ทำ เครื่องลายคราม
ประวัติ โถ หรือภาชนะรูปทรงคล้ายหม้อน้ำ ได้จากวัดพระพายหลวง นอกเมืองเก่าสุโขทัย ผลิตจากเตาจีนเต๋อเจิ้น มณฑลเกียงสี ลักษณะของภาชนะทรงกลม ตรงกลางผายกว้าง คอสูง เขียนลายดอกไม้และลายเครือเถา ปากกว้าง มนบ่า เขียนลายดอกเบญจมาศ ประกอบด้วยก้านและใบ ตรงกลางเขียนลายดอกเบญจมาศ ประกอบด้วยกิ่งและก้าน ถัดมาเขียนลายค้างคาวในเส้นวงกลมล้อมรอบ 2 เส้น ส่วนล่างเขียนลายอยู่ในช่องกระจกสี่เหลี่ยม ส่วนบนตรงกลางมีรอยหยัก ก้นภาชนะไม่เคลือบ
ธรรมจักรหินทราย เป็นสัญลักษณ์ที่หมายถึง พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หากสร้างคู่กับกวางหมอบ ก็หมายถึงการแสดงปฐมเทศนา ณ ป่าอิสัปตนมฤคทายวัน เมืองสารนาถ ประเทศอินเดีย ลักษณะของธรรมจักรคล้ายวงล้อกลม มีดุมอยู่ตรงกลาง ประกอบด้วยซี่จำนวน 32 ซี่ และทำเป็นลายผักกูดล้อมรอบวงธรรมจักร ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 150 เซนติเมตร
อายุสมัย ทวารวดี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-16
วัสดุที่ทำ หินทราย
สถานที่พบ ได้จากเมืองโบราณศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์
พระพุทธบาทสี่รอย
ขนาด กว้าง 86 เซนติเมตร ยาว 205 เซนติเมตร
อายุสมัย ศิลปะสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ 20
วัสดุที่ทำ ศิลา
ประวัติ พระพุทธบาทสี่รอยสลักบนแผ่นหินชนวน ได้จากวัดพระบาทน้อย เมืองเก่าสุโขทัย ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม โดยทำเป็นเส้นขอบพระบาทซ้อนกัน ส่วนรอยที่สี่หรือรอยในสุด จะทำเต็มฝ่าพระบาท และมีรอยเส้นทำเป็นลายฝ่าพระบาท แต่ลบเลือน ชำรุด เห็นไม่ชัดเจน พระบาทสี่รอยนี้ หมายถึง พระกกุสันธะ พระโกนาคม พระกัสสป และพระสมณโคดม

การนับถือพระพุทธบาท หรือคตินิยมเกี่ยวกับพระพุทธบาทในสมัยสุโขทัย ได้รับอิทธิพลมาจากลังกาในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท ปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกหลักที่ 8 หรือจารึกเขาสุมนกูฏว่า พระมหาธรรมราชาลิไท โปรดให้ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท ซึ่งจำลองมาจากลังกาไว้บนเขาแห่งหนึ่งของเมืองสุโขทัย และตั้งชื่อเขาแห่งนี้ว่า เขาสุมนกูฏ ตามชื่อภูเขาซึ่งมีรอยพระพุทธบาทในลังกา สำหรับภูเขาที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทในเมืองสุโขทัย คือ เขาพระบาทน้อย อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเก่าสุโขทัย

เกียรติมุข (หน้ากาล)
ขนาด กว้าง 72 เซนติเมตร สูง 90 เซนติเมตร
อายุสมัย ศิลปะสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ 19 - 20
ประวัติ เกียรติมุข หรือหน้ากาล เป็นลวดลายปูนปั้นที่ใช้ประดับซุ้มหน้าบันของโบราณสถาน โดยทั่วไปมักทำคู่กับลายมกร โดยทำลายมกรออกมาทั้งสองข้างของเกียรติมุข ลักษณะของเกียรติมุขจะทำเป็นรูปหน้ายักษ์ปนหน้าสิงห์ หรือใบหน้าของอสูรที่ดุร้าย คิ้วขมวด นัยน์ตากลม และถลน ปากกว้างเห็นฟันและเขี้ยว ไม่มีฟันล่าง ไม่มีลำตัว มีแขนออกมาจากด้านข้างของศรีษะ

     คติความเชื่อเกี่ยวกับเกียรติมุข ได้รับความนิยมอย่างมากในอินเดีย ทั้งในศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ ใช้เป็นสิ่งประดับตามเทวสถานและพุทธสถาน เพื่อแสดงความเป็นเกียรติและเป็นมงคล และขจัดสิ่งชั่วร้ายต่างๆ มิให้เข้ามาสู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณภายใน
     ที่มาของเกียรติมุข เข้าใจว่ากำเนิดในประเทศอินเดียก่อน บางท่านกล่าวว่ามีการกำเนิดในประเทศใดประเทศหนึ่งในทวีปเอเชีย อาจจะได้มาจากประเทศธิเบต บางท่านก็ว่ากำเนิดที่ประเทศจีน มีรูปแบบซึ่งเรียกว่า เต้าเจ้ ปรากฏอยู่ ภาชนะสำริดของจีน สมัยช่วง 850 - 880 ปีก่อนพุทธกาล เป็นทำนองเดียวกับเกียรติมุขของอินเดีย หมายถึงเทพเจ้าผู้ตะกละ จากนั้นได้แพร่ไปทางบกไปยังประเทศอินเดีย ปรากฏอยู่ในศิลปะอินเดียสมัยอมราวดีและคุปตะ
     ในประเทศไทย สันนิษฐานว่า เกียรติมุขคงแพร่เข้ามาในสมัยทวารวดีและศรีวิชัย โดยได้พบหลายแห่ง เช่น ที่ปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ที่เจดีย์วัดป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ทำเป็นรูปประดับลายกาบที่เชิงซุ้มเจดีย์ สำหรับที่สุโขทัย พบที่ทำเป็นลายประดับยอดซุ้มหน้าบัน วัดมหาธาตุ เมืองเก่าสุโขทัย

เตาทุเรียง (จำลอง)
จากการดำเนินงานทางโบราณคดี ทำการสำรวจขุดแต่งแหล่งผลิตเครื่องสังคโลกในเขตเมืองเก่าสุโขทัย ศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องสังคโลกที่มีชื่อเสียง แยกได้ดังนี้
- เตาทุเรียงสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบลำน้ำแม่โจน เป็นกลุ่มเรียงรายทางด้านทิศเหนือ - ใต้
- เตาทุเรียงศรีสัชนาลัย ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำยม เรียงรายเป็น 3 กลุ่ม ที่บ้านป่ายาง บ้านเกาะน้อย และที่วัดดอนลาน
ลักษณะของเตาเผาที่พบจากแหล่งผลิตเครื่องสังคโลกทั้ง 2 แหล่ง ที่กล่าวมานั้น อาจจำแนกออกตามลักษณะทางเดินของลมร้อน (คือความร้อนภายในเตาที่ถูกบังคับให้เป็นไปตามทิศทางที่ต้องการ) ได้ 2 ประเภท คือ
- เตาเผาชนิดความร้อนระบายขึ้น
- เตาเผาชนิดทางลมร้อนเดินผ่านหรือเดินตรง ซึ่งแบ่งเตาเป็น 3 ตอน คือ ที่ใส่ไฟ, ที่วางถ้วยชาม และปล่องไฟ
ชนิดของเตาอาจแบ่งได้ตามลักษณะโครงสร้างและวัสดุที่นำมาใช้ คือ
- เตาดินขุด
- เตาดินขุดผสมการก่ออิฐดิน
- เตาอิฐ