หน้า 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15

พระพุทธรูปประทับยืน สำริด
ศิลปะภาคใต้ ราวพุทธศตวรรษที่ 17-18
ขนาดสูง 20.3 เซนติเมตร
แหล่งที่พบ วัดจอมทอง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
เลขทะเบียน 26/2511
           พระพุทธรูปประทับยืน ครองจีวรแบบห่มดองหรือห่มคลุม จีวรเป็นริ้วบางแนบพระองค์ พระหัตถ์ซ้ายถือชายจีวร หรือที่เรียกกันว่า กฎกมุทรา ส่วนพระหัตถ์ขวาชำรุด ซึ่งเดิมอาจจะแสดงวิตรรกมุทรา (ปางเทศนา) ลักษณะการครองผ้าและลักษณะจีวรที่เป็นริ้ว ตลอดจนลักษณะชายผ้าต่างๆ แสดงลักษณะศิลปะภาคใต้ ที่สร้างขึ้นภายใต้อิทธิพลของศิลปะอินเดียทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะจากเมืองนาคปัฏฎินัม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาที่กษัตริย์แห่งราชวงศ์โจฬะทรงอุปถัมภ์ ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 17-18

นางปรัชญาปารมิตา สำริด
ศิลปะลพบุรี  พุทธศตวรรษที่ 18
ขนาดสูง 11 เซนติเมตร
แหล่งที่พบ ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
เลขทะเบียน 71/2511
           เป็นศิลปกรรมที่เกิดขึ้นในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนล่าง และภาคกลาง ได้รับรูปแบบลักษณะศิลปกรรมกัมพูชา จึงมีลักษณะคล้ายศิลปะเขมร  ลักษณะประติมากรรมในศิลปะลพบุรี มีพระพักตร์รูปเหลี่ยม สวมอุณหิศ  ( กระบังหน้า ) พระขนงค่อนข้างตรง พระนาสิกเป็นสัน พระโอษฐ์เป็นเส้นตรง ถ้าเป็นรูปเทวสตรี จะนุ่งผ้ายาวคาดปั้นเหน่งรอบพระโสณี ทำด้วยเพชร พลอยมีอุบะห้อย ประดับเป็นระยะ ชายพกจะดึงต่ำลงมาปิดขอบปั้นเหน่ง ชายผ้าด้านหน้าปล่อยให้ห้อยยาว เป็นรูปคล้ายหางปลาทบไปมาตามลักษณะศิลปะเขมรแบบบายน ซึ่งนิยมในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ทรงศิราภรณ์ กรองศอ พาหุรัดเกยูร และกำไลข้อพระบาท

พระพุทธรูปปางประทานอภัย สำริด
ศิลปะภาคใต้ อิทธิพลอยุธยา ราวพุทธศตวรรษที่ 22-23
ขนาดสูง 29 เซนติเมตร 
นายจำเริญ ลิมปิชาติ ให้ยืม
          พระพุทธรูปทรงเครื่องประทับยืน พระหัตถ์แสดงอภยมุทรา ( ปางประทานอภัย ) ทรงสวมมงกุฎมียอดตรงกลางเป็นรูปกรวย ประดับกรองศอรอบพระศอ คาดรัดประคดประดับด้วยเพชรพลอยทับขอบสบง ซึ่งลักษณะของรัดประคดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของภาคใต้ คือเป็นแถบกว้าง ตรงกลางย้อยลงมาเป็นรูปสามเหลี่ยม แสดงถึงอิทธิพลของเครื่องประดับตัวแสดงโนรา อันเป็นการแสดงพื้นเมืองของทางใต้

 

ส่วนองค์พระวิษณุ ศิลา
ศิลปะภาคใต้ เทวรูปรุ่นเก่า พุทธศตวรรษที่ 13-14
ขนาดสูง 68.5 เซนติเมตร
แหล่งที่พบ วัดพระนารายณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช
เลขทะเบียน นค. 89
         
ส่วนองค์พระวิษณุ พระเศียร  พระกร และพระบาทหักหายไป องค์พระวิษณุทรงผ้าโธตียาวที่เอวผูกชายขอบผ้าเป็นปมไว้เบื้องหน้า ทิ้งชายผ้ายาวลงถึงข้อพระบาทบริเวณพระโสณีทั้งสองข้าง สลักริ้วเบาๆไว้เป็นระยะๆ จากลักษณะพระวิษณุองค์นี้ จะเห็นว่ามีรูปแบบที่เป็นพื้นเมืองมากขึ้น
           เทวรูปสมัยสุโขทัยจะทรงผ้ายาว และประดับด้วยเครื่องประดับต่างๆคือ กรองศอ พาหุรัด มงกุฎ เป็นต้น การที่พบพระหริหระสมัย
สุโขทัยที่มีขนาดเล็ก ถ้าไม่มีผู้ใดนำไปในระยะหลังก็น่าจะเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุโขทัยกับนครศรีธรรมราช ในช่วงพุทธศควรรษที่ 19-20 ได้ค่อนข้างเด่นชัดและเป็นหลักฐานที่ควบคู่ไปกับเครื่องสังคโลกที่พบเป็นจำนวนมากในเจดีย์ยักษ์และในคลองท่าเรือที่นครศรธรรมราชและที่อื่นๆในภาคใต้
            พระอุมาทรงยืนตริภังค์บนปัทมาสน์ ซึ่งตั้งบนฐานสี่เหลี่ยม มี 2 พระกร ทรงถือดอกบัวในพระหัตถ์ขวา พระหัตถ์ซ้ายวางปล่อยอยู่ข้างวรกาย พระเกศาเกล้าสูงทรงสวมกีริฏมงกุฎ กุณฑลเป็นรูปวงกลม พระวรกายได้สัดส่วนงดงามประดับเกยูรเหนือข้อศอก และสวมสายยัชโญปวีต ที่ประดับด้วยมณี ผ้าทรงยาวบางแนบพระองค์ จากลักษณะการแต่งพระองค์แสดงให้เห็นถึงลักษณะของศิลปะอินเดียราชวงศ์โจฬะอย่างเด่นชัด  
พระอุมา สำริด
ศิลปะภาคใต้ อิทธิพลอินเดียใต้ 
พุทธศตวรรษที่ 22-23
ขนาดสูง 45.5 เซนติเมตร
แหล่งที่พบ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ อำเภอเมือง 
จังหวัดนครศรีธรรมราช
เลขทะเบียน 13/2515

             

พระพุทธรูปไม้
สมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 22-24
เดิมอยู่ที่เก๋งจีนวัดแจ้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
เลขทะเบียน นค. 85 86 87
                พระพุทธรูปไม้แกะสลักลงรักปิดทอง ประดับกระจก ขนาดเล็ก แทบหาดูได้ยากในปัจจุบัน รูปแบบงานศิลปะเป็นลักษณะผสมระหว่างศิลปะอยุธยา กับช่างพื้นเมืองนครศรีธรรมราช โดยแกะสลักองค์พระพุทธรูปขึ้นด้วยไม้ ตกแต่งลวดลายส่วนสำคัญๆด้วยการปั้นรัก และปิดทองประดับกระจกส่วนมงกุฎกรองศอ พาหุรัด อย่างประณีต ปัจจุบันเห็นร่องรอยการปิดทอง และมีเศษกระจกหลงเหลืออยู่เล็กน้อย จึงนับได้ว่าพระพุทธรูปไม้แกะสลักนี้เป็นประติมากรรมเนื่องในพระพุทธศาสนา ที่ทรงคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปะอย่างยิ่ง