
|
| หน้า
1 | 2 | 3
| 4
| 5
| 6
| 7
| 8
| 9
| 10
| 11
| 12
| 13
| 14
| 15 |
 |
ชิ้นส่วนของธรรมจักร
ดินเผา
ศิลปะทวารวดี-
ศรีวิชัย
พุทธศตวรรษที่
12-13
ขนาดสูง
19 เซนติเมตร กว้าง 26.2
เซนติเมตร
แหล่งที่พบ
วัดมเหยงค์ ตำบลกะหรอ
อำเภอท่าศาลา
จังหวัดนครศรีธรรมราช
เลขทะเบียน
นค. 80
ส่วนใหญ่สลักจากหิน
มีทั้งที่มีลักษณะเหมือนล้อเกวียนธรรมดา
จนมีการประดิษฐ์ลวดลายงดงาม
ตามแบบอย่างของอินเดียในศิลปะคุปตะ
แต่ชิ้นส่วนธรรมจักรที่ปรากฏในภาพนี้
ทำด้วยดินเผาซึ่งนับว่าเป็นชิ้นพิเศษที่พบไม่บ่อยนัก
|
 |
เศียรพระโพธิสัตว์
ปูนปั้น
ศิลปะทวารวดี
ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13
ขนาด
สูง 28 เซนติเมตร
แหล่งที่พบ
จากตำบลคูบัว อำเภอเมือง
จังหวัดราชบุรี
เลขทะเบียน
562/2504
เศียรพระโพธิสัตว์ทำด้วยดินเผาพระพักตร์ค่อนข้างกลม
พระเนตรอูม
พระขนงต่อกันเป็นรูปปีกกา
ประติมากรรมชิ้นนี้ใช้เป็นส่วนประกอบภาพเล่าเรื่องชาดกที่ประดับอยู่รอบฐานอาคารสถาปัตยกรรมซึ่งเป็นที่นิยมในภาคกลาง
เป็นโบราณวัตถุที่ใช้เป็นตัวอย่างในการศึกษาเปรียบเทียบศิลปะทวารวดีที่แพร่อิทธิพลเข้าไปในภาคใต้
|
 |
เศียรพระพุทธรูป
ศิลา
ศิลปะภาคใต้
อิทธิพลอินเดีย
พุทธศตวรรษที่ 10-11
ขนาด
สูง 8.9 เซนติเมตร
แหล่งที่พบ
อำเภอสิชล
จังหวัดนครศรีธรรมราช
นายแกะ
ธรรมสุนทร ให้ยืม
เศียรพระพุทธรูป
พระพักตร์รูปไข่ค่อนข้างกลม
เม็ดพระศกปมใหญ่
เกตุมาลาเตี้ยเกือบจะอยู่แนวเศียรกับเม็ดพระศก
การพบเศียรพระพุทธรูปทำด้วยศิลาที่อำเภอสิชลนี้
ทำให้อาจสันนิษฐานได้ว่า
ลักษณะศิลปกรรมแบบอมราวดีแห่งลุ่มน้ำกฤษณาของอินเดีย
ได้แพร่เข้ามาเป็นแบบอย่างแก่ลักษณะประติมากรรมของภาคใต้
โดยเฉพาะในเขตนครศรีธรรมราช
ซึ่งได้ติดต่อกับอินเดียและนับถือพระพุทธศาสนามาแล้วอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า
พุทธศตวรรษที่ 10
|
 |
พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ดินเผา
ศิลปะภาคใต้
สมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่
23-24
ขนาดสูง
78.5 เซนติเมตร หน้าตัก 47.5
เซนติเมตร
เดิมอยู่ที่วัดสระเรียง
ตำบลในเมือง อำเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
เลขทะเบียน
6/2509
พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์นี้
เป็นพุทธศิลป์แบบภาคใต้
ลักษณะเด่นคือ
วัสดุที่สร้างเป็นดินเผา
ปิดทอง
รัศมีเป็นไม้จำหลัก
ประดับกระจกสี
พระพุทธรูปที่สร้างด้วยดินเผานี้พบน้อยมาก
|
 |
พระพุทธรูปปางมารวิชัย
สำริด ลงรักปิดทอง
ศิลปะสมัยอยุธยา
สกุลช่างภาคใต้
แบบนครศรีธรรมราช
ราวพุทธศตวรรษที่ 21-22
ขนาด
สูง 63.5 เซนติเมตร ตักกว้าง 23
เซนติเมตร
ย้ายมาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระนคร
เลขทะเบียน N 4
พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชร
บนปัทมบัลลังก์เหนือฐานทรงแปดเหลี่ยม พระหัตถ์แสดงภูมิสปรศมุทรา
(มารวิชัย) ลักษณะพระหัตถ์ค่อนข้างกลม พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์อิ่มอมยิ้ม
เม็ดพระศกเล็ก ยอดพระเมาลีเป็นรูปดอกบัวตูม ทรงครองอุตตราสงค์ (จีวร)
แบบห่มดอง สังฆาฏิสั้นอยู่ใต้ระดับพระอุระ ฐานบัว แสดงลักษณะกลีบบัวตั้งเป็นเหลี่ยม
และมีกลีบในซ้อนแซมระหว่างกลีบใหญ่ชั้นนอก พระพุทธรูปองค์นี้จัดเป็นพุทธศิลป์สกุลช่างภาคใต้แบบนครศรีธรรมราช
|
|
พระพุทธรูปปางประทานอภัย
ทรงเครื่อง สำริด
ศิลปะภาคใต้
อายุราวพุทธศตวรรษที่ 23-24
ขนาดสูง
96 เซนติเมตร
นายจำเริญ
ลิมปิชาติ ให้ยืม
พระพุทธรูปทรงเครื่อง
หรือในปางปราบท้าวมหาชมพูบดี
ประทับยืน พระหัตถ์
ทั้งสองยกขึ้น แสดงอภยมุทรา
( ปางประทานอภัย )
เครื่องประดับต่างๆ
แสดงลักษณะเอกลักษณ์ภาคใต้อย่างเด่นชัด
ทั้งมงกุฎ กรองศอ ทับทรวง
ปั้นเหน่ง และชายไหว
ชายแครงอันเป็นเครื่องประดับของผู้เล่นโนราอย่างแท้จริง
|
 |
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
สำริด
ศิลปะสมัยศรีวิชัย
พุทธศตวรรษที่ 13-14
ขนาด
สูง 17.3 เซนติเมตร
พบขณะที่สร้างถนนสายวัดหนองแตน
วัดพระเพรง
ตำบลนาสาร
อำเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
เลขทะเบียน
191/2506
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
( พระโพธิสัตว์โลกนาถ ) มี 4
กร ทำมาจากสำริดอายุราวพุทธศตวรรษที่
13-14 พบบริเวณใกล้วัดพระเพรง
ขณะทำการสร้างถนนวัดหนองแตน
อำเภอเมือง
ลักษณะของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
มีพระวรกายล่ำสัน
พระพักตร์กลม
ทรงยืนอยู่บนปัทมาสน์
หรือฐานบัวคว่ำบัวหงาย
เกล้าพระเกศาเป็นทรงชฎามกุฎ
มีรูปพระธยานิพุทธอมิตภะประทับอยู่ด้านหน้า
สวมกระบังหน้าทรงสามเหลี่ยม
อยู่กลางพระนลาฏ
และเหนือพระกรรณทั้งสองข้างด้านหลังพระเศียรมีศิรัศจักร
พระหัตถ์ขวาบนทรงถือลูกประคำ
(อักษมาลา)
พระหัตถ์ขวาล่างแสดงปางประทานพร
พระหัตถ์ซ้ายบนทรงถือหนังสือ
พระหัตถ์ซ้ายล่างทรงถือดอกบัวบาน
(ปัทมะ) ทรงสายธุรรำทำด้วยผ้าแพรพาดพรอังสาซ้ายเฉียงไปทางบั้นพระองค์ด้านขวาพระวรกาย
ทรงพระภูษาเกือบถึงข้อพระบาท
และคาดหนังเสือที่พระโสณี
|
|
|