|
| หน้า
1 | 2 | 3 | 4 |
 |
พระพิมพ์
ศิลปะหริภุญไชย
พุทธศตวรรษที่ 17-18
ดินเผา
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด กว้าง 11 ซ.ม. สูง 17 ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
54/18
พระพิมพ์แสดงภาพพระพุทธรูปทรงเครื่องปางมารวิชัยอยู่กึ่งกลางของภาพ
ประทับนั่งเหนือฐานบัวรองรับด้วยสิงห์แบก
3 ตัว
ส่วนพระพุทธรูปที่รายรอบ
มีขนาดย่อมกว่าประทับนั่งปางมารวิชัย
ซุ้มที่รองรับอยู่เบื้องหลังมีลักษณะปรภามณฑล
พระพิมพ์องค์นี้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปะเขมรแบบบายน
คือลักษณะของสิงห์ที่รองรับปัทมอาสน์ใกล้เคียงกับสิงห์ทวารบาลที่ปราสาทพระถกล
ซึ่งอาจกำหนดอายุเวลาว่า
อยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่
18
|
|
พระพิมพ์
ศิลปะหริภุญไชย
พุทธศตวรรษที่ 17-18
ดินเผา
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด กว้าง 6.2 ซ.ม. สูง 9 ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
47/20
พระพิมพ์
แสดงภาพพระพุทธรูปประทับนั่งปรางสมาธิครองจีวรห่มเฉียง
เปิดพระอังสาขวา
พระพักตร์ค่อนข้างกลมพระนลาฏเหลี่ยม
พระขนงต่อกันเป็นสัน
พระเนตรนูนปลายชี้ขึ้นพระนาสิกแบบใหญ่
พระโอษฐ์หนา
ขมวดพระเกศาใหญ่
พระเกตุมาลาทรงกรวย
พระรัศมีทำเป็นเส้นขอบหนาโดยรอบ
มีสถูปอยู่ทั้งสองข้าง
ถัดขึ้นไปเป็น พัด แส้ กลด
และเหนือพระเศียรเป็นฉัตร
พระพิมพ์องค์นี้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลศิลปะทวารวดี
นับตั้งแต่พระพักตร์มีลักษณะพื้นเมือง
ใกล้เคียงกับพระพุทธรูปศิลาสลัก
พบที่ด่านขุนทด
จังหวัดนครราชสีมา
รวมทั้งองค์ประกอบการสร้างภาพเฉพาะ
พระพุทธองค์และอาสนะใกล้เคียงกับพระพิมพ์ดินเผาที่พบที่จังหวัดมหาสารคาม
คติการสร้างองค์ประกอบของพระพิมพ์ที่เคียงข้างด้วยเจดีย์และเครื่องสูงเช่นนี้
สืบเนื่องมาจากศิลปะทวารวดี
เช่นที่วัดพระเมรุ
จังหวัดนครปฐม
|
 |
ภาชนะดินเผา
ศิลปะล้านนา
พุทธศตวรรษที่ 19
ดินเผา
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด ปากกว้าง 3.5 ซ.ม. สูง 27ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
114/18
ภาชนะดินเผารูปทรงกลมสูง
คอภาชนะมีลักษณะเว้าคอด
ปลายปากบานออกเล็กน้อยผิวสีส้มแดง
ลวดลายที่ปลายประดับสีขาวขีดระบายลงบนผิวภาชนะเป็นเส้นขนานกัน
เล็กบ้างใหญ่บ้างอย่างเป็นระเบียบ
บริเวณส่วนที่พองออกของคอภาชนะ
และบริเวณไหล่ภาชนะมีเส้นสีขาวเป็นรูปวงกลมเล็กๆ
และมีขีดเล็กๆ
คล้ายรัศมีแผ่ออกโดยรอบเรียงรายอยู่
ภาชนะดินเผาใบนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับภาชนะที่เรียกกันว่า
คนโทหรือน้ำต้น
ในปัจจุบันจึงสันนิษฐานว่าเป็นต้นเค้าของคนโทที่ผลิตเพื่อใช้ใส่น้ำและมีใช้กันอยู่ทุกวันนี้
|
 |
ภาชนะดินเผา
ศิลปะหริภุญไชย
พุทธศตวรรษที่ 17-18
ดินเผา
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด ปากกว้าง 16.5 ซ.ม. สูง 27ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
123/18
ภาชนะดินเผา
มีลักษณะเป็นโถกลมทรงสูง
ผิวสีนวลค่อนข้างแดงไม่เคลือบ
เนื้อภาชนะเนียนค่อนข้างละเอียด
เผาไฟด้วยอุณหภูมิต่ำแต่ได้รับความร้อนเสมอกันทั่วทั้งใบ
มีความประณีตในการขึ้นรูปและการเผา
ภาชนะใบนี้แบ่งเป็น 2
ส่วนคือ
ส่วนตัวภาชนะและส่วนฝา
ส่วนตัวภาชนะตกแต่งด้วยเส้นนูนและลายขูดขีดขนานกันทั้งใบ
ส่วนฝาเป็นฝากลมทรงโกศสูง
ตกแต่งด้วยลายขูดขีดเป็นเส้นขนาน
ลายหยัก
และลายสามเหลี่ยมแบบต่างๆเรียงต่อกัน
ภาชนะดินเผาใบนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับภาชนะดินเผาที่พบทีอำเภอเมกทิลา
ประเทศพม่า
ซึ่งใช้สำหรับบรรจุอัฐิ
และมีอายุอยู่ในสมัยพุกามตอนปลาย
|
 |
ภาชนะดินเผา
ศิลปะหริภุญไชย
พุทธศตวรรษที่ 17-18
ดินเผา
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด ปากกว้าง 11.5 ซ.ม. สูง 21ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
124/18
ภาชนะดินเผามีรูปทรงกลม
มีปากและฐานผิวสีเหลืองนวล
เนื้อภาชนะค่อนข้างหยาบ
มีเม็ดทรายปะปนอยู่ทั่วไป
เผาไฟด้วยอุณหภูมิต่ำผิวภาชนะตกแต่งด้วยลายขูดและขุด
โดยที่ขอบปากและขอบฐานขุดเป็นร่องลึกใหญ่เรียงกัน
และที่บ่าของภาชนะมีลายขูดเป็นร่องและขีดเป็นเส้นโดยรอบ
ภาชนะดินเผาใบนี้คงมีฝาปิดรูทรงโกศและใช้บรรจุอัฐิ
เพราะอาจนำไปเปรียบเทียบกับภาชนะดินเผาที่ค้นพบทีเมืองทวันเต
ประเทศพม่า
ซึ่งมีฝาปิดรูปทรงโกศ
และใช้บรรจุอัฐิและมีอายุอยู่ในสมัยพุกามตอนปลาย
พุทธศตวรรษที่ 17-18
|
 |
ไห
ศิลปะล้านนา
พุทธศตวรรษที่ 20-22
ดินเผาเคลือบ
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด ปากกว้าง 12 ซ.ม. สูง 36 ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
68/19
ไหดินเผาเคลือบ
จากเตาเวียงกาหลง
จังหวัดเชียงราย
ลักษณะเนื้อดินละเอียด
มีสีเทาออกเขียว
มีความบางเกือบเท่ากันหมด
เขียนลวดลายพันธุ์พฤกษาสีดำใต้เคลือบ
ลักษณะเด่นของเครื่องถ้วยนี้
จะมีน้ำหนักเบา
เนื้อดินละเอียดสามารถขึ้นรูปได้บางกว่า
น้ำเคลือบบางใสและแตกรานเป็นรอยเล็กละเอียด
การเคลือบมักเคลือบถึงบริเวณขอบเชิงลวดลายที่นิยมส่วนใหญ่
เป็นลายกา ลายช่อดอกไม้
ลายพันธุ์พฤกษา ลายก้านขด
|
 |
ทวย
หรือคันทวย
ศิลปะล้านนา
ไม้แกะสลัก
ขนาด กว้าง 61 ซ.ม.สูง 98 ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
859/18
ส่วนประกอบทางสถาปัตยกรรมใช้เป็นตัวไม้สำหรับค้ำยันรองรับชายคาของอาคาร
เพื่อไม่ให้ปลายชายคา (ปลายเต้า)
อ่อนตัวลงมา
และเป็นการเพิ่มความสวยงามแก่สถาปัตยกรรม
ชาวล้านนาเรียกว่านาคคะตัน
คงจะมาจากคำว่า "นาคทัณฑ์"
ค้ำยันหรือหูช้างนี้ส่วนใหญ่ทำเป็นรูปสามเหลี่ยม
ฉลุเป็นลวดลายรูปสัตว์ต่างๆ
มีอยู่มากมายหลายแบบ
ลักษณะเฉพาะของทวยในศิลปะล้านนาประการหนึ่ง
คือนิยมทำเป็นรูปสัตว์ต่างๆ
เช่น นาค ครุฑ มังกร วานร
เป็นต้น
ประกอบด้วยลายดอกไม้
ใบไม้ ฉลุโปร่ง
ลวดลายประกอบเหล่านี้
มีส่วนสืบทอดมานานจากอิทธิพลศิลปะจีน
ในยุคต่อมามีการเปลี่ยนแปลงจากนาคทัณฑ์
เป็นรูปสัตว์ต่างๆตามราศี
และนักษัตร
|
 |
ทวยรูปวานร
ศิลปะล้านนา
พุทธศตวรรษที่ 24-25
ขนาด
กว้าง 40 ซ.ม.สูง 147 ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
291/18
ทวยสลักเป็นรูปวานรทรงเครื่อง
นุ่งผ้าโจงกระเบนสั้นเหนือเข่า
มีชายไหว ชายแครงประกอบ
สวมกรองศอ และสังวาลย์
กำไลต้นแขน
และกำไลข้อมือทั้งสองข้าง
มือทั้งสองยกสูงขึ้นเหนือศีรษะเชิญบัวถลาเพื่อรองรับเต้าของทวยในศิลปะล้านนา
จากลักษณะเครื่องแต่งกาย
อาจช่วยในการกำหนดอายุศิลปกรรมชิ้นนี้ว่าอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่
25
|
|