
|
| หน้า
1 | 2
| 3
| 4 |
|

|
เศียรพระพุทธรูป
ศิลปะหริภุญไชย
พุทธศตวรรษที่ 15-16
หินทราย
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด กว้าง 45 ซ.ม. สูง 42 ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
46/18
เศียรพระพุทธรูป
พระพักตร์ค่อนข้างกลม
พระนลาฏกว้าง
พระขนงมีแนวต่อเป็นรูปปีกกา
พระเนตรเหลือบตำลง
หางพระเนตรชี้ขึ้นริมพระโอษฐ์บนบาง
พระสกเป็นขมวดกลม อุษณีษะนูนขึ้นเพียงเล็กน้อยกลมกลืนกับรูปพระเศียร
ซึ่งมีประภามณฑลรองรับอยู่เบื้องหลัง
ซึ่งแสดงถึงอิทธิพลอินเดีย
แบบปาละ
|
|

|
เศียรพระพุทธรูป
ศิลปะล้านนา
พุทธศตวรรษที่ 20-22
นาก
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด กว้าง 20 ซ.ม. สูง 28 ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
162/18
เศียรพระพุทธรูป
พระพักตร์เป็นรูปไข่ค่อนข้างกลม
พระขนงเป็นเส้นนูน โค้งบรรจบกันบนพระนาสิก
พระเนตรเป็นรูปกลีบบัวปลาชี้ขึ้น
พระนาสิกโด่งแหลม
พระโอษฐ์บาง
มีขอบรอบปลายตวัดขึ้น
พระกรรณยาวเหลือเพียงข้างเดียว
ลักษณะของพระพักตร์
พระขนง พระนาสิก
และพระโอษฐ์แสดงถึงอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย
เนื่องจากระยะนี้สุโขทัย
และล้านนามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกัน
โดยเฉพาะทางด้านศาสนา
ดังที่มีหลักฐานว่าพระสุมนเถรจากสุโขทัย
ขึ้นไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ที่ล้านนาในปีพ.ศ.
1912
|
|
|
เศียรพระพุทธรูป
ศิลปะล้านนา
พุทธศตวรรษที่ 19-20
สำริด
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด กว้าง 56.5 ซ.ม. สูง 60 ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
283/18
เศียรพระพุทธรูปเหลือเพียงพระพักตร์
ขมวดพระเกศาใหญ่เรียงต่ำลงตรงกลางพระนลาฏ
พระขนงโค้งเป็นเส้นบาง
พระเนตรเหลือบต่ำ
ริมฝีปากค่อนข้างบาง
มุมทั้งสองชี้ขึ้นเหนือริมฝีปากเป็นร่อง
พระหนุเป็นปมใหญ่
พระกรรณยาวถึงต้นพระศอ
ปลายงอนออก
พระพักตร์คมชัด
เปรียบเทียบได้กับเศียรพระเจ้าแสนแส้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
เชียงใหม่
|
|

|
เศียรพระพุทธรูป
ศิลปะล้านนา
พุทธศตวรรษที่ 20-22
สำริด
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด กว้าง 15 ซ.ม. สูง 22ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
163/18
เศียรพระพุทธรูปสำริด พระพักตร์กลม พระขนงเป็นวงโค้งไม่ต่อกันพระเนตรนูนรูปกลีบบัว
พระเนตรนูนรูปกลีบบัว เหลือบลงต่ำ ปลายเรียงตวัดขึ้น พระนาสิกแคบแต่โด่งเป็นสัน
พระโอษฐ์เล็ก ริมพระโอษฐ์ล่างใหญ่ริมพระโอษฐ์บนเล็กบาง พระหนุอูมมีปุ่มกลม
พระเกศาเป็นขมวดใหญ่เรียงกันเป็นระเบียบ และโค้งลงเล็กน้อย เหนือพระนลาฏไม่มีขอบไรพระศก
พระศอเป็นปล้อง เป็นลักษณะที่สมบูรณ์แบบของศิลปะล้านนา พระพุทธรูปองค์นี้
มีรูปแบบสืบเนื่องมาจากพระพุทธรูปกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลศิลปะอินเดียจากปาละ
|
|

|
เศียรพระพุทธรูป
ศิลปะหริภุญไชย
พุทธศตวรรษที่ 16
สำริด
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด กว้าง 10.5 ซ.ม. สูง 18 ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
64/18
เศียรพระพุทธรูป
อิทธิพลจากศิลปะทวารวดี
พระปรางเป็นโหนกสูง
พระขนงเป็นรูปปีกกาติดต่อกัน
พระเนตรเหลือบตำลง
หางพระเนตรชี้ขึ้น
พระนาสิกแบบใหญ่
พระโอษฐ์หนา มีไรพระมัสสุที่ปลายตวัดขึ้นกลางพระนลาฏมีอุรณาเป็นรูปอุนาโลม
พระเกตุมาลาสูง
เม็ดพระศกเป็นขมวด
ทรงกรวยแหลม
|
|
|
เศียรพระพุทธรูป
ศิลปะหริภุญไชย
พุทธศตวรรษที่ 17-19
ดินเผา
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด กว้าง 29 ซ.ม. สูง 35 ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
88/18
เศียรพระพุทธรูปดินเผาหล่อจากแม่พิมพ์
มีลักษณะค่อนข้างแบน
พระพักตร์รูปสี่เหลี่ยม
พระนลาฏกว้าง
พระขนงเป็นสันนูนต่อกันและมีเส้นขีดซ้อนกันขนานอยู่เบื้องใต้
พระเนตรนูนเหลือบต่ำลง
หลังพระเนตรมีเส้นซ้อนเป็นขอบอยู่
พระนาสิกแบนใหญ่
พระโอษฐ์หนาแบะพระมัสสุเป็นเส้นขีดอยู่เหนือพระโอษฐ์
เหนือพระนลาฏมีอุรณากลม
ไรพระเกศาเป็นขอบหนา
เม็ดพระศกเป็นขมวดก้นหอยแหลมสูง
พระศอเป็นปล้อง
พระพุทธรูปกลุ่มนี้ทำด้วยดินเผาจากแม่พิมพ์มักจะทำหลายขนาด
เพื่อประดับซุ้ม
ต่างๆ ขององค์เจดีย์
|
|

|
เศียรเทวดา
ศิลปะหริภุญไชย
พุทธศตวรรษที่ 18
ดินเผา
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด กว้าง 15 ซ.ม. สูง 29.5 ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
84/18
เศียรเทวดาทรงศิราภรณ์รูปใบไม้เรียงเป็นแถวมีกระบังหน้าคาดทับพระนลาฏแคบ
ลักษณะที่เลียนแบบคนจริง
เช่นพระเนตรเบิกกว้าง
ไรพระศกใต้กระบังหน้า
และพระมัสสุขีดเส้นเรียงกันเพื่อให้ใกล้ลักษณะที่เป็นจริง
รูปแบบของศิลาภรณ์มีลักษณะคล้ายเทริด
อันเป็นเครื่องประดับเศียรแบบหนึ่งมีอยู่
ในศิลปะปาละ-เสนะ
คงผ่านมาทางศิลปะพุกาม
|
|

|
เศียรพระพุทธรูป
ศิลปะล้านนา
พุทธศตวรรษที่ 20
สำริด
ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
จังหวัดลำพูน
ขนาด กว้าง 15 ซ.ม. สูง 25 ซ.ม.
หมายเลขทะเบียน
152/18
เศียรพระพุทธรูปสำริด
พระพักตร์เป็นรูปไข่
พระขนงโค้ง
พระเนตรเป็นรูปกลีบบัว
มีเปลือกพระเนตรบนซ้อนกันสองชั้น
พระนาสิกโด่งเป็นสัน
พระโอษฐ์มีขอบเป็นเส้นสองชั้น
พระกรรณมีใบค่อนข้างใหญ่และชี้ไปด้านหลังเกตุมาลาเป็นรูปครึ่งวงกลม
รัศมีเป็นเปลวแต่ยอดหักไป
ขอบพระศกเรียบ
มีหยักเล็กน้อยที่กลางพระนลาฏ
ลักษณะส่วนใหญ่ของเศียรพระพุทธรูปองค์นี้
ใกล้เคียงกับพระพุทธรูปศิลปะอยุธยาตอนต้นเป็นอย่างมาก
อาจมีสาเหตุมาจากตอนต้นพุทธศตวรรษที่
20
อาณาจักรอยุธยาและล้านนาเริ่มมีความสัมพันธ์กันในทางการเมือง
และคงทำให้เกิดมีการเปลี่ยนแปลง
และรับอิทธิพลซึ่งกันและกันในทางศิลปกรรม
|