|
|
หน้า
1 | 2 | 3 |
4 | 5 |
6 |
|
การจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุ
ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
หริภุญไชย
แนวการจัดแสดง
(นิทรรศการถาวร)
เป็นการจัดแสดงด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ
และโบราณคดี
จัดแสดงโบราณวัตถุที่พบ
และมีอยู่ในท้องถิ่น
แบ่งตามพื้นที่การจัดแสดง
ได้ดังนี้ |
|
ห้องศิลาจารึก
ห้องศิลาจารึกเป็นห้องโถงเปิดโล่งอยู่ชั้นล่างของตัวอาคารจัดแสดง |
|
 |
|
ศิลาจารึกมีความสำคัญ
เพราะเป็นหลักฐานทางเอกสารในรูปแบบลายลักษณ์อักษร
ซึ่งบ่งบอกถึงลักษณะเรื่องราวของบรรพชน
เป็นกระจกเงาที่ส่องสะท้อนให้เห็นอารยธรรมต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในอดีตนับพันปีล่วงมาแล้ว
จารึกมิใช่เป็นเพียงเอกสารโบราณที่มีอายุเก่าแก่เท่านั้นยังเป็นหลักฐานที่นำไปประกอบในวิชาการด้านโบราณคดี
ประวัติศาสตร์
รวมถึงศาสนา ศิลปกรรม
อายธรรม
และวัฒนธรรมของชาติ
ในยุคสมัยต่างๆอีกด้วย
จึงนับเป็นมรดกวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์
และเผยแพร่ให้กว้างขวาง
|
|
ศิลาจารึกอันจัดตั้งที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
หริภุญไชย จังหวัดลำพูน
ทั้งหมดมี 23 หลัก
อาจจะแบ่งออกได้ตามสมัย
เป็น 2 ระยะ คือ |
|
1.
ศิลาจารึกสมัยหริภุญไชย
ราวพุทธศตวรรษที่ 17
จำนวน 7 หลัก
|
|
จารึกด้วยอักษรมอญโบราณ และจารึกเป็นภาษามอญโบราณก็มี บางทีขึ้นต้นจารึกเป็นภาษาบาลีแล้วแปลเป็นภาษามอญ
หรือบางหลักจารึกทั้งภาษามอญและภาษาบาลีรวมกันไป ลักษณะอักษรจารึกจากศิลาจารึก
7 หลัก ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย เป็นรูปแบบตัวอักษรเหมือนกับตัวอักษรซึ่งจารึกอยู่ในศิลาจารึก
" มรเจดีย์"( Mayazedi)
ของพระเจ้ากยันจิตซา
กษัตริย์พม่าผู้ครองกรุงพุกามทรงกระทำขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1628 และ 1630 |
|
ศิลาจารึกภาษามอญโบราณสมัยหริภุญไชยที่พบในจังหวัดลำพูน
จำนวน 7 หลัก คือ |
|
1. จารึกวัดดอนแก้ว 1
2. จารึกวัดดอนแก้ว 2
3. จารึกวัดมหาวัน
4. จารึกวัดบ้านหลวย
5. จารึกวัดแสนข้าวห่อ
6. จารึกวัดกู่กุด 1
7. จารึกวัดกู่กุด 2 |
|
การวิเคราะห์ตัวอักษรจารึกจากศิลาจารึก 7 หลักในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
หริภุญไชย จึงอนุมานได้ว่า ศิลาจารึกโบราณที่เป็นอักษรมอญโบราณกำหนดอายุพุทธศตวรรษที่
17 และแสดงให้เห็นว่ากลุ่มชนโบราณที่จังหวัดลำพูน ในช่วงพุทธศตวรรษที่17
นั้นนับถือพระพุทธศาสนาที่ใช้ภาษาบาลีเป็นหลัก(ลัทธิเถรวาท) และใช้ภาษามอญอีกภาษาหนึ่งคงเป็นภาษาติดต่อในกลุ่มชนชั้น |
|
หลังจากพุทธศตวรรษที่ 17
กลุ่มชนที่ใช้ภาษามอญประหนึ่งว่าสูญหายไป
ไม่ปรากฏหลักฐานทางเอกสารโบราณ
เช่น
ศิลาจารึกในระยะต่อมา
กลับมีกลุ่มชนที่ใช้อักษรไทยและภาษาไทยต่างๆเข้าแทนที่ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่
19 เป็นต้นมา |
| 2.
ศิลาจารึกสมัยล้านนา ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่
20 จำนวน 16 หลัก |
|
ในจังหวัดลำพูนได้พบหลักฐานศิลาจารึกอักษรไทย ภาษาไทยล้านนาที่เก่าที่สุดเพียงแค่พุทธศตวรรษที่
20 คือศิลาจารึกวัดพระยืน พ.ศ.1913 จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางโบราณคดีประวัติศาสตร์
จารึก ตำนานพงศาวดารต่างๆ สรุปได้อย่างกว้างว่า ในดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำปิงและน้ำวัง
บริเวณจังหวัดลำพูน ลำปางในปัจจุบันมีกลุ่มชนซึ่งใช้อักษรมอญโบราณตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่อย่างเป็นอิสระ
เจริญรุ่งเรืองด้วยอารยธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ใชัภาษาบาลี เมื่อพุทธศตวรรษที่
13 มีการสร้างเมืองหริภุญไชย อารยธรรมรอบแรกนั้นรับขึ้นมาจากบริเวณที่ราบภาคกลางซึ่งขณะนั้นมีเมืองละโว้เป็นเมืองสำคัญ
ต่อมามีการติดต่อสัมพันธ์กับเมืองใหญ่ในสหภาพพม่า เช่นหงสาวดี และพุกาม
จนถึงพุทธศตวรรษที่ 19 พญายีบากษัตริย์องค์สุดท้ายเสียอำนาจการปกครองแก่พญามังราย
แว่นแคว้นทางการปกครองของหริภุญไชยจึงสิ้นสุดลงตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา
|
|
ห้องจัดแสดงใหญ่
เป็นห้องโถงยาวอยู่ชั้นบนของตัวอาคาร
มีการจัดแสดงโบราณวัตถุ
ศิลปวัตถุ โดยแบ่งออกเป็น
3 สมัยดังนี้
สมัยก่อนหริภุญไชย
แหล่งโบราณคดีบ้านวังไฮ
ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ได้ค้นพบโดยบังเอิญ ขณะขุดบ่อเลี้ยงปลา
เมื่อปีพ.ศ. 2529 ต่อมา หน่วยศิลปากรที่4 (ปัจจุบันเป็นสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่
6 เชียงใหม่) ร่วมกับโครงการโบราณคดีประเทศไทย (ภาคเหนือ) ได้ออกสำรวจพื้นที่
และเริ่มขุดค้นภาคสนามในปี พ.ศ. 2530 กระทั่งในพ.ศ. 2539-2541 เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างไทย
ฝรั่งเศส
ในการขุดค้น มีการพบโบราณวัตถุหลายประเภทร่วมกับโครงกระดูก
ได้แก่ ภาชนะดินเผาเนื้อหยาบลายเชือกทาบขนาดใหญ่ ลูกปัดแก้วแบบวัฒนธรรมทวารวดี
เศษภาชนะดินเผาแบบหริภุญไชย กำไลสำริด ต่างหูแก้ว กำไลแก้ว เครื่องมือหิน
เครื่องมือเหล็ก จากรายละเอียดเห็นได้ว่าสิ่งของที่พบนั้นปะปนกันตั้งแต่วัสดุหินที่จัดว่าล้าหลังที่สุด
จนถึงกำไลแก้ว ที่ถือว่าเทคโนโลยีสูงและจากการศึกษาภาคเอกสารสรุปได้ว่าในระยะแรกเริ่มมีกลุ่มชนดั้งเดิมอยู่แถบที่ราบเชียงใหม่
ลำพูน มีลักษณะวัฒนธรรมเป็นแบบดั้งเดิม ที่เริ่มยอมรับวัฒนธรรมภายนอก
แต่ยังยึดมั่นเรื่องความเชื่อถือเกี่ยวกับประเพณีการตายแบบบรรพบุรุษดั้งเดิม
และเมื่อมีการติดต่อกับพวกที่มาจากทวารดี ก็เริ่มเปลี่ยนจากการฝังศพมาเป็นการเผา
เพราะพบภาชนะดินเผาที่บรรจุกระดูกจำนวนหนึ่ง ลักษณะนี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของชุมชนที่ติดต่อกับกลุ่มสังคมเมือง
ที่มีอารยธรรมความเชื่อทางศาสนาที่รับจากภายนอก
|
|
สมัยหริภุญไชย
|
 |
ศิลาจารึกหริภุญไชย
ทะเบียนเลขที่
354/18
แผ่นศิลาจารึก ชนิด หิน
อักษรมอญโบราณ
ด้านที่ 1 มี 19 บรรทัด
ด้านที่ 2 มี 19 บรรทัด
หนา 29 เซนติเมตร สูง 124
เซนติเมตร กว้าง 98
เซนติเมตร
อักษรมอญโบราณ
ภาษาบาลี และอักษรมอญ
พบที่วัดกู่กุด (จามเทวี)
อายุราวพุทธสตวรรษที่ 17 กล่าวถึงพระเจ้าสววาธิสิทธิ ทรงปฏิสังขรณ์พระรัตนเจดีย์
แทนองค์เดิมที่ทรุดโทรมเนื่องจากแผ่นดินไหว |
ตำนานต่างๆของภาคเหนือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา
ตั้งแต่สมัยพุทธกาลต่อเนื่องลงมาถึงสมัยที่เขียนตำนานบอกเล่าความเก่าแก่ของท้องถิ่นที่เน้นความสำคัญอันศักดิ์สิทธิ์ของพระบรมธาตุพระพุทธเจ้า
เช่นตำนานจามเทวีวงศ์พงศาวดารเมืองหริภุญไชย
ตำนานมูลศาสนา
ชินกาลมาลีปกรณ์
ล้วนแต่งสมัยครั้งหลังของพุทธศตวรรษที่
20 ลงมาทั้งสิ้น
อย่างไรก็ดี
เค้าเงื่อนที่ได้จากตำนานเหล่านี้ทำให้เห็นถึงภาพรวมของชนกลุ่มแรกเริ่มของการสร้างบ้านแปงเมืองที่ประกอบจากผู้คนต่างเผ่าหลายตระกูลที่กระจายอยู่ในท้องถิ่น
โดยมีชนเผ่าเมงหรือมอญ
คงเป็นคนกลุ่มใหญ่
รวมตัวกันบริเวณที่ราบดอยสุเทพใกล้ลำน้ำขานอันเป็นสาขาแม่น้ำปิง
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากสังคมเผ่ามาเป็นสังคมเมือง
เน้นความเด่นชัดกลุ่มชนชั้นปกครองที่รับวัฒนธรรมพุทธศาสนาจากภาคกลาง
อันก่อให้เกิดพัฒนาการสังคมอย่างรวดเร็ว
ตำนานกล่าวถึงฤาษีวาสุเทพ
สร้างเมืองหริภุญไชย โดยได้อัญเชิญพระนางจามเทวีจากเมืองละโว้ (ลพบุรี)
เสด็จขึ้นมาครองเมือง พระนางมีคณะนักปราชญ์ ราชบัณฑิตตามเสด็จขึ้นมาด้วย
สะท้อนให้เห็นว่ามีอารยธรรมที่แพร่หลายขึ้นมาจากภาคกลางแล้วในระยะแรกเริ่มของบ้านเมิองทางภาคเหนือ
|
|
ช่วงเวลาราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 เมืองละโว้เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งในวัฒนธรรมมอญทวารวดี
ทางภาคกลางที่รับนับถือพุทธศาสนาลัทธิเถรวาท การเกี่ยวข้องกันระหว่างละโว้กับหริภุญไชยทางด้านสงครามมีขึ้นในกลางพุทธศตวรรษที่
16 ครั้งหนึ่ง และในปลายพุทธศตวรรษที่ 17 สงครามทั้งสองนี้อาจมิใช่ชาวละโว้กับหริภุญไชย
เพราะมีความเกี่ยวดองกัน แต่อาจเป็นชาวขอมที่ขยายมาเมืองละโว้และทำสงครามกับเมืองหริภุญไชย
จารึกจำนวน
7 หลักพบที่ ลำพูน ใช้อักษรมอญ ในบรรดาที่พบนี้ปรากฏตรงกับรัชกาลพระเจ้าสววาธิสิทธิ
หรือพระเจ้าสรรพสิทธิ์ อักษรที่ใช้ใกล้เคียงกับอักษรมอญ ที่เมืองพุกาม
ประเทศพม่า ในรัชกาลของพระเจ้ากยันจิตถา (พ.ศ.1628-1656)
ศิลปวัฒนธรรมของชาวหริภุญไชยมีหลักฐานที่กล่าวได้ว่าน่าจะเจริญรุ่งเรืองที่สุดในช่วงเวลาหลังจากปีพ.ศ.1600
จนถึงระยะเวลาที่สูญเสียอำนาจปกครองตนเองแก่พระเจ้ามังรายปฐมกษัตริย์แห่งแคว้นล้านนาในพ.ศ.
1836 ช่วงเวลารุ่งเรืองของเมืองหริภุญไชยนั้นตรงกับสมัยที่อาณาจักรพุกามในประเทศพม่ามีความเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่งด้วย |