หน้า  1 | 2 | 3

 
พระพุทธสิหิงค์
ศิลปะสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ 20
สำริดกะไหล่ทอง สูง 166 เซนติเมตร
ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
          พระพุทธรูปปางสมาธิ พระพักตร์ค่อนข้างกลม มีลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะสุโขทัยและลังกา เป็นพุทธรูปสำคัญซึ่งเคยประดิษฐานอยู่ที่ราชธานีเดิม ทั้งกรุงศรีอยุธยาและเมืองเชียงใหม่ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท อัญเชิญจากเชียงใหม่มาประดิษฐานยังพระราชวังบวรสถานมงคล ในราว พ.ศ. 2330 พระพุทธสิหิงห์เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อำนวยสวัสดิ์แก่บ้านเมือง จึงอัญเชิญออกสรงน้ำพิธีสงกรานต์ที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ เป็นประจำทุกปี

พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ศิลปะสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ 20
สำริด สูง 102 เซนติเมตร
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทาน
จัดแสดงที่ห้องศิลปะสุโขทัย อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์
           พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระรัศมีรูปเปลว ขมวดเกศาเป็นรูปก้นหอยสมส่วน พระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่งปลายงุ้มเล็กน้อย พระโอษฐ์บาง อมยิ้ม พระอังสาใหญ่ ครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิยาวจรดพระนาภีปลายเป็นลายเขี้ยวตะขาย ประทับขัดสมาธิราบบนฐานเขียง มีรูปนอกอ่อนหวาน ตามลักษณะศิลปะสุโขทัยหมวดใหญ่ ที่ฐานมีจารึกว่า ทิดไสหงและนางแก้วเป็นผู้สร้าง


พระพุทธรูปปางมารวิชัย

ศิลปะล้านนา สูงพร้อมฐาน 70.5 เซนติเมตร
หน้าตักกว้าง 43 เซนติเมตร
ของหลวงพระราชทาน
จัดแสดงที่ห้องศิลปะล้านนา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์
           พระพุทธรูป พระรัศมีเป็นรูปลูกแก้ว ขมวดพระเกศาใหญ่ พระพักตร์กลม พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่งแต่สั้น พระโอษฐ์อิ่ม อมยิ้มเล็กน้อย พระหนุเป็นปม พระองค์อวบอ้วน พระอุระนูน ครองจีวรสไบเฉียง เปิดพระอังสาขวา มีชายจีวรหรือสังฆาฏิสั้นอยู่เหนือพระถัน ทำปางมารวิชัย ประทับขัดสมาธิเพชรแลเป็นฝ่าพระบาททั้งสองข้าง ฐานบัวคว่ำหงายมีเกสรบัวประกอบ จัดเป็นพระพุทธรูปล้านนาหรือพระพุทธรูปเชียงแสนสมัยต้น


พระอวโลกิเตศวร

ศิลปะศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 14)
สำริด สูง 63 เซนติเมตร
ย้ายมาจากวัดเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จัดแสดงที่ห้องศิลปะศรีวิชัย อาคารมหาสุรสิงหนาท
           พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ขนาดเท่าบุคคลจริง พบเฉพาะส่วนบนของประติมากรรม ลักษณะพระองค์อวบอ้วน ประทับเอียงตน ก้มพระพักตร์ทอดพระเนตรลงเบื้องต่ำอย่างงดงาม องค์ประกอบประติมากรรมลวดลายเครื่องประดับคล้ายคลึงกับประติมากรรมต่างๆจากชวาภาคกลาง เป็นโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมที่สุดชิ้นหนึ่งของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


พระคเณศ

ศิลปะชวาตะวันออก พุทธศตวรรษที่ 15-16
ศิลา สูง 172 เซนติเมตร
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มาจากจัณฑิ สิงหส่าหรี ประเทศอินโดนีเซีย
จัดแสดงที่ห้องศิลปะชวา อาคารมหาสุรสิงหนาท
           พระคเณศจำหลักศิลานูนสูง ประทับนั่งบนบัลลังก์กระโหลกมนุษย์ มี 4 กร หัตถ์ขวาบนถือขวาน หัตถ์ซ้ายบนถือพวงลูกประคำ หัตถ์ขวาและหัตถ์ซ้ายล่างถือถ้วยขนม ทรงเครื่องประดับตกแต่งมาก คือ ศิราภรณ์กุณฑลรูปกระโหลก พาหุรัด เข็มขัด รัดองค์ ทองพระกร ทองพระบาท ทรงภูษาลวดลายกระโหลกมนุษย์ และสวมสายยัชโญปวีตรูปงู ผู้สำเร็จราชการฮอลันดาถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อเสด็จประพาสชวา พ.ศ. 2439

 

ตู้ลายรดน้ำ

ศิลปะอยุธยาตอนปลาย พุทธศตวรรษที่ 23
เป็นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมาแต่เดิม
จัดแสดงที่ห้องศิลปะอยุธยา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์
           ตู้ใส่หนังสือลายทองรดน้ำ ทำเป็นลวดลายสัตว์หิมพานต์อยู่ท่ามกลางลายกนกเปลวที่พลิ้วเบือ้งบนเป็นพฤกษาประกอบด้วยรูปสัตว์ต่างๆ ที่แสดงความเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา แสดงออกถึงลวดลายที่ละเอียดอ่อนมีจังหวะอย่างงดงาม ถือเป็นงานศิลปกรรมที่เยี่ยมยอดในงานด้านลายทองรดน้ำ เรียกกันว่า "ฝีมือครูวัดเชิงหวาย"


ตะเกียงโรมัน

ศิลปะโรมัน
สำริด สูง 27 เซนติเมตร
พบที่ตำบลพงตึก อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
จัดแสดงที่ห้องศิลปะเอเชีย อาคารมหาสุรสิงหนาท
           ตะเกียง ฝาเปิดหล่อเป็นรูปพระพักตร์เทพเจ้าซิเลนัส (Silenus) ของโรมัน ด้ามหล่อเป็นลายใบปาล์มและปลาโลมา 2 ตัว หันหน้าเข้าชนกัน ตะเกียงนี้อาจหล่อขึ้นที่เมืองอเลกซานเดรีย ประเทศอียิปต์ เมื่ออยู่ภายใต้การปกครองของโรมัน ราวก่อนพุทธศตวรรษที่ 6 หรืออาจหล่อขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 9-10 และคงเป็นของที่พ่อค้าชาวอินเดียได้นำเข้ามาในประเทศไทย ตำบลที่พบคงตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าขายที่พ่อค้าชาวอินเดียเคยเดินทางผ่านไปมา


ศิลาจารึกหลักที่ 1
จารึกด้วยอักษรไทยสุโขทัย ภาษาไทย พ.ศ. 1835
ศิลา สูง 111 เซนติเมตร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๆด้จากเมืองเก่าสุโขทัย
จัดแสดงที่ห้องประวัติศาสตร์ชาติไทย พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน
           ศิลาจารึกหลักที่ 1 หรือเรียกว่า ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง นับเป็นหลักฐานสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นบันทึกเรื่องราวพระราชประวัติและรพระราชกรณียกิจของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่สำคัญประการหนึ่ง คือ ทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นใช้เป็นครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 1826 นอกจากนี้ยังบันทึกถึงภูมิสถานบ้านเมือง การเมือง การปกครอง และวิถีชีวิตความเชื่อความเป็นอยู่ของผู้คนสมัยนั้นอีกด้วย

  Free counter and web stats