 |
พระพุทธสิหิงค์
ศิลปะสุโขทัย
พุทธศตวรรษที่ 20
สำริดกะไหล่ทอง สูง 166
เซนติเมตร
ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
พระพุทธรูปปางสมาธิ
พระพักตร์ค่อนข้างกลม
มีลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะสุโขทัยและลังกา
เป็นพุทธรูปสำคัญซึ่งเคยประดิษฐานอยู่ที่ราชธานีเดิม
ทั้งกรุงศรีอยุธยาและเมืองเชียงใหม่
สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท
อัญเชิญจากเชียงใหม่มาประดิษฐานยังพระราชวังบวรสถานมงคล
ในราว พ.ศ. 2330 พระพุทธสิหิงห์เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อำนวยสวัสดิ์แก่บ้านเมือง
จึงอัญเชิญออกสรงน้ำพิธีสงกรานต์ที่ท้องสนามหลวง
กรุงเทพฯ เป็นประจำทุกปี |
 |
พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ศิลปะสุโขทัย
พุทธศตวรรษที่ 20
สำริด สูง 102 เซนติเมตร
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทาน
จัดแสดงที่ห้องศิลปะสุโขทัย
อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์
พระพุทธรูปปางมารวิชัย
พระรัศมีรูปเปลว
ขมวดเกศาเป็นรูปก้นหอยสมส่วน
พระพักตร์รูปไข่
พระขนงโก่ง
พระนาสิกโด่งปลายงุ้มเล็กน้อย
พระโอษฐ์บาง อมยิ้ม
พระอังสาใหญ่
ครองจีวรห่มเฉียง
ชายสังฆาฏิยาวจรดพระนาภีปลายเป็นลายเขี้ยวตะขาย
ประทับขัดสมาธิราบบนฐานเขียง
มีรูปนอกอ่อนหวาน
ตามลักษณะศิลปะสุโขทัยหมวดใหญ่
ที่ฐานมีจารึกว่า
ทิดไสหงและนางแก้วเป็นผู้สร้าง |
 |
พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ศิลปะล้านนา สูงพร้อมฐาน
70.5 เซนติเมตร
หน้าตักกว้าง 43 เซนติเมตร
ของหลวงพระราชทาน
จัดแสดงที่ห้องศิลปะล้านนา
อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์
พระพุทธรูป
พระรัศมีเป็นรูปลูกแก้ว ขมวดพระเกศาใหญ่ พระพักตร์กลม พระขนงโก่ง
พระนาสิกโด่งแต่สั้น พระโอษฐ์อิ่ม อมยิ้มเล็กน้อย พระหนุเป็นปม พระองค์อวบอ้วน
พระอุระนูน ครองจีวรสไบเฉียง เปิดพระอังสาขวา มีชายจีวรหรือสังฆาฏิสั้นอยู่เหนือพระถัน
ทำปางมารวิชัย ประทับขัดสมาธิเพชรแลเป็นฝ่าพระบาททั้งสองข้าง ฐานบัวคว่ำหงายมีเกสรบัวประกอบ
จัดเป็นพระพุทธรูปล้านนาหรือพระพุทธรูปเชียงแสนสมัยต้น |
|
พระอวโลกิเตศวร
ศิลปะศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่
14)
สำริด สูง 63 เซนติเมตร
ย้ายมาจากวัดเวียง
อำเภอไชยา
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จัดแสดงที่ห้องศิลปะศรีวิชัย
อาคารมหาสุรสิงหนาท
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
ขนาดเท่าบุคคลจริง
พบเฉพาะส่วนบนของประติมากรรม
ลักษณะพระองค์อวบอ้วน
ประทับเอียงตน
ก้มพระพักตร์ทอดพระเนตรลงเบื้องต่ำอย่างงดงาม
องค์ประกอบประติมากรรมลวดลายเครื่องประดับคล้ายคลึงกับประติมากรรมต่างๆจากชวาภาคกลาง
เป็นโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมที่สุดชิ้นหนึ่งของ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระนคร |
|
พระคเณศ
ศิลปะชวาตะวันออก
พุทธศตวรรษที่ 15-16
ศิลา สูง 172 เซนติเมตร
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้มาจากจัณฑิ สิงหส่าหรี
ประเทศอินโดนีเซีย
จัดแสดงที่ห้องศิลปะชวา
อาคารมหาสุรสิงหนาท
พระคเณศจำหลักศิลานูนสูง
ประทับนั่งบนบัลลังก์กระโหลกมนุษย์ มี 4 กร หัตถ์ขวาบนถือขวาน หัตถ์ซ้ายบนถือพวงลูกประคำ
หัตถ์ขวาและหัตถ์ซ้ายล่างถือถ้วยขนม ทรงเครื่องประดับตกแต่งมาก คือ
ศิราภรณ์กุณฑลรูปกระโหลก พาหุรัด เข็มขัด รัดองค์ ทองพระกร ทองพระบาท
ทรงภูษาลวดลายกระโหลกมนุษย์ และสวมสายยัชโญปวีตรูปงู ผู้สำเร็จราชการฮอลันดาถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อเสด็จประพาสชวา
พ.ศ. 2439 |
|
ตู้ลายรดน้ำ
ศิลปะอยุธยาตอนปลาย
พุทธศตวรรษที่ 23
เป็นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมาแต่เดิม
จัดแสดงที่ห้องศิลปะอยุธยา
อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์
ตู้ใส่หนังสือลายทองรดน้ำ
ทำเป็นลวดลายสัตว์หิมพานต์อยู่ท่ามกลางลายกนกเปลวที่พลิ้วเบือ้งบนเป็นพฤกษาประกอบด้วยรูปสัตว์ต่างๆ
ที่แสดงความเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา
แสดงออกถึงลวดลายที่ละเอียดอ่อนมีจังหวะอย่างงดงาม
ถือเป็นงานศิลปกรรมที่เยี่ยมยอดในงานด้านลายทองรดน้ำ
เรียกกันว่า "ฝีมือครูวัดเชิงหวาย"
|
 |
ตะเกียงโรมัน
ศิลปะโรมัน
สำริด สูง 27 เซนติเมตร
พบที่ตำบลพงตึก
อำเภอท่ามะกา
จังหวัดกาญจนบุรี
จัดแสดงที่ห้องศิลปะเอเชีย
อาคารมหาสุรสิงหนาท
ตะเกียง
ฝาเปิดหล่อเป็นรูปพระพักตร์เทพเจ้าซิเลนัส
(Silenus)
ของโรมัน
ด้ามหล่อเป็นลายใบปาล์มและปลาโลมา
2 ตัว หันหน้าเข้าชนกัน
ตะเกียงนี้อาจหล่อขึ้นที่เมืองอเลกซานเดรีย
ประเทศอียิปต์
เมื่ออยู่ภายใต้การปกครองของโรมัน
ราวก่อนพุทธศตวรรษที่ 6
หรืออาจหล่อขึ้นราวพุทธศตวรรษที่
9-10
และคงเป็นของที่พ่อค้าชาวอินเดียได้นำเข้ามาในประเทศไทย
ตำบลที่พบคงตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าขายที่พ่อค้าชาวอินเดียเคยเดินทางผ่านไปมา
|
 |
ศิลาจารึกหลักที่
1
จารึกด้วยอักษรไทยสุโขทัย
ภาษาไทย พ.ศ. 1835
ศิลา สูง 111 เซนติเมตร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ๆด้จากเมืองเก่าสุโขทัย
จัดแสดงที่ห้องประวัติศาสตร์ชาติไทย
พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน
ศิลาจารึกหลักที่ 1
หรือเรียกว่า
ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง
นับเป็นหลักฐานสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์
เนื่องจากเป็นบันทึกเรื่องราวพระราชประวัติและรพระราชกรณียกิจของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ที่สำคัญประการหนึ่ง คือ
ทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นใช้เป็นครั้งแรกเมื่อพ.ศ.
1826
นอกจากนี้ยังบันทึกถึงภูมิสถานบ้านเมือง
การเมือง การปกครอง
และวิถีชีวิตความเชื่อความเป็นอยู่ของผู้คนสมัยนั้นอีกด้วย |
|
|
|
|
|
|